
ถ้าคำว่า “คอนเสิร์ต” ยังธรรมดาเกินไป…นี่คือ “ปรากฏการณ์รียูเนียนของคนทั้งยุค”
“DA ENDORPHINE UPSTAGE แสบสนิทคอนเสิร์ต” เปลี่ยน Royal Paragon Hall ให้กลายเป็นห้องคาราโอเกะขนาดยักษ์ สนามปล่อยพลังความคิดถึงแบบเต็มแม็กซ์ตลอดกว่า 3 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การควบคุมของเจ้าแม่คอนเสิร์ต CHANGEshowbiz “พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” ที่ใส่ใจทุกดีเทลของโชว์ระดับพรีเมียม ตั้งแต่ระบบเสียง แสง สี โปรดักชัน ไปจนถึงเวทีสุดอลังการที่ออกแบบมาให้เข้าถึงแฟนเพลงทุกทิศทุกที่นั่ง
ความพิเศษครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เพลงฮิตของ “ดา เอ็นโดรฟิน” ที่ทุกคนร้องตามได้ทั้งฮอลล์ แต่ยังพา “แขกรับเชิญตัวแสบ” ที่เติบโตมากับดาและแฟนเพลงในแต่ละยุคขึ้นมาเสริมความเดือดแบบไม่มีพัก ทั้ง “คริสติน่า อากีลาร์” ดีว่าตัวแม่แห่งยุค 90s กับโมเมนต์ “แม่เจอแม่” ที่โชว์สเต็ปแดนซ์กันจนเวทีสะเทือน, “อ๊อฟ ปองศักดิ์” นักร้องพลังเสียงคุณภาพที่ขึ้นมาปะทะพลังดราม่ากับดาแบบลึกซึ้งถึงอารมณ์, “โจอี้ ภูวศิษฐ์” ศิลปินเสียงละมุนขวัญใจมหาชน กับการพบกันของสองศิลปินต่างยุคต่างแนวที่ลงตัวเกินคาด และเซอร์ไพรส์สุดกรี๊ด “ตูน บอดี้สแลม” เจ้าพ่อเพลงร็อก ที่เปิดตัวเพียงเสี้ยววินาทีก็ทำเอาเสียงกรี๊ดถล่มฮอลล์
ทุกโชว์ ทุกเพลง ทุกโมเมนต์ ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้แฟนๆ ได้ “หลั่งสารความสุข” สมชื่อคอนเซปต์ “UPSTAGE แสบสนิทคอนเสิร์ต” คอนเสิร์ตที่ไม่ได้เป็นแค่การกลับมาอีกครั้งของ “ดา เอ็นโดรฟิน” แต่คือการพาทุกคนย้อนกลับไปกอดความทรงจำของตัวเองอีกครั้งอย่างเต็มหัวใจ

เปิดฉากท่ามกลางเสียงกรี๊ดกระหึ่ม Royal Paragon Hall ตั้งแต่วินาทีแรกที่เสียงร้องทรงพลังของ “ดา เอ็นโดรฟิน” ดังขึ้นในเพลง “แสบ” ก็ปลุกพลังเอ็นโดรฟินของแฟนเพลงให้สูบฉีดแบบเต็มแม็กซ์ สมชื่อ “DA ENDORPHINE UPSTAGE แสบสนิทคอนเสิร์ต”
ความพีกมาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว เมื่อโชว์ถูกฉีกจากธรรมเนียมคอนเสิร์ต ด้วยการเปิดตัว SPECIAL GUEST ครบทุกคน ทั้ง “ติ๊นา”, “อ๊อฟ ปองศักดิ์”, “โจอี้ ภูวศิษฐ์” และ “ตูน บอดี้สแลม” ที่มารวมพลังทั้งเพื่อนซี้ พี่สาว และน้องคนสนิทในเพลง “ชีวิตนี้สั้นจะตาย” กระตุ้นอะดรีนาลีนให้แฟนๆ คึกกันทั้งฮอลล์
และเพราะนี่คือคอนเสิร์ตของ “ดา เอ็นโดรฟิน” ศิลปินที่รู้ใจแฟนเพลงของตัวเองที่สุด จึงจัดเพลย์ลิสต์เพลงที่แฟนๆ เรียกร้องจากคอนเสิร์ตครั้งที่แล้วมาแบบเต็มแม็กซ์ให้ร้องตามกันไม่มีกั๊ก ทั้งเพลงของเอ็นโดรฟินและเพลงที่เคย Cover ไว้ ไม่ว่าจะเป็น “ถึงเวลาฟัง”, “เขียนในใจ ร้องในเพลง”, “อยากได้ยินว่ารักกัน”, “อย่าทำแบบนี้”, “ไม่รักดี” และ “รักษาสิทธิ์” เปลี่ยนทั้งฮอลล์ให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยพลังของเพื่อนสนิท ที่มาร้องเพลงดังๆ ไปด้วยกันให้หายคิดถึงแบบสุดหัวใจ
จากนั้นเมื่อนักร้องพลังเสียงคุณภาพอย่าง “อ๊อฟ ปองศักดิ์” ปรากฏตัวขึ้นบนเวที ก็พาทั้งฮอลล์เปลี่ยนอารมณ์เข้าสู่โหมดดราม่าถึงทรวงได้ทันที ในเพลง “แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ” สมศักดิ์ศรีนักร้องคุณภาพ

จากนั้น “อ๊อฟ x ดา” ได้ผลัดกันปล่อยพลังเสียงดวลกันเพลงต่อเพลงแบบไม่มีใครยอมใคร ผ่านเพลง “จากคนรักเก่า”, “ไม่ขอก็จะให้”, “ผู้ชายคนนี้กำลังหมดแรง” และ “เธอมีฉัน ฉันมีใคร” ที่ทั้งคู่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้เจ็บลึกทุกประโยค
และทันทีที่เข้าสู่เพลง “ดูแลเขาให้ดีๆ” อารมณ์บนเวทีก็พุ่งทะลุถึงขีดสุด ทั้งน้ำเสียง แววตา และพลังอินเนอร์ของ “ดา” และ “อ๊อฟ” ส่งตรงถึงหัวใจแฟนเพลงแบบเต็มๆ ทำเอาหลายคนร้องตามสุดเสียงไปพร้อมกัน กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทั้งอบอุ่น ทั้งเจ็บลึก และสวยงามที่สุดของค่ำคืนคอนเสิร์ตครั้งนี้
โหมดซึ้งยังไม่ทันได้พักหายใจ CHANGEshowbiz ก็อัพสเตจเพิ่มสเต็ปความมันส์ ยกเวทีให้ควีนออฟแดนซ์ “ติ๊นา คริสติน่า อากีลาร์” ปล่อยพลัง “แสบตัวแม่” ที่สะกดทั้งฮอลล์อยู่หมัด กับเมโลดี้กระตุ้นต่อมแด๊นซ์เพลง “ไปด้วยกันนะ” ก่อนจะต่อความสนุกแบบไม่มีพักกับ “พูดอีกที”
โมเมนต์ที่ทำเอาเสียงกรี๊ดถล่มฮอลล์แบบหยุดไม่อยู่ คือช่วง “แม่เจอแม่” เมื่อ “ติ๊นา x ดา” จับมือประชันทั้งความแสบและสเต็ปแดนซ์กันแบบไม่มีใครยอมใครในเพลง “อย่ามองตรงนั้น” พร้อมด้วย 2 หนุ่มหล่อจาก “The Face Thailand” ที่มาร่วมโชว์สุดเซ็กซี่ เรียกได้ว่าเวทีลุกเป็นไฟจากออร่าของสองดีว่าระดับตำนาน
ก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์เข้าสู่ช่วงเวลาสุดอบอุ่นด้วยเพลง “การเดินทางที่แสนวิเศษ” และ “นาทีที่ยิ่งใหญ่” ที่ทั้งคู่ถ่ายทอดออกมาอย่างงดงาม ราวกับพาย้อนเวลากลับไปสู่ยุค 90s ที่เต็มไปด้วยความทรงจำและเสียงเพลงที่อยู่ในหัวใจของทุกคนตลอดมา
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ทำเอาแฟนเพลงกรี๊ดกันลั่นฮอลล์ คือช่วงที่ “ดา เอ็นโดรฟิน” พาทุกคนกลับเข้าสู่โหมดเพลงทรงพลังแบบต่อเนื่อง กับเมดเลย์เพลงฮิตระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น “น้ำเต็มแก้ว”, “อย่าทำให้ฟ้าผิดหวัง”, “ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน”, “เมื่อเขามา ฉันจะไป”, “ดอกราตรี” และ “ภาพลวงตา”
ทุกเพลงถูกนำมาร้อยเรียงใหม่อย่างทรงพลัง สมศักดิ์ศรีตัวแม่แห่งยุค ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุค เพลงของ “ดา เอ็นโดรฟิน” ก็ยังคงอยู่ในเพลย์ลิสต์ชีวิตของใครหลายคนเสมอ ขณะที่แฟนๆ เองก็ร้องตามกันดังสนั่นแบบเป๊ะทุกท่อน จนบรรยากาศเหมือน Royal Paragon Hall ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องคาราโอเกะขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยความสุขจนล้น

แล้วบรรยากาศทั้งฮอลล์ก็เปลี่ยนเข้าสู่โหมดละมุนแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อ “โจอี้ ภูวศิษฐ์” ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น กับการพบกันของสองศิลปินต่างยุคต่างแนวอย่าง “โจอี้ x ดา” ในเพลง “ไม่รู้จักฉันไม่รู้เธอ” ก่อนที่ “ดา” จะยกเวทีให้ “โจอี้” พาแฟนเพลงเข้าสู่โลกดนตรีกลิ่นอายอบอุ่นผ่านเพลง “สาลิกาลิ้นทอง” และ “เสี่ยว”
เท่านั้นยังไม่พอ “โจอี้” ยังงัดโชว์เซิ้งไฟแล่บพร้อมดีดพิณคู่ใจในเพลง “สัญญาเดือนหก” ก่อนปิดฉากโมเมนต์ช่วงนี้ เมื่อ “ดา” ชวน “โจอี้” และ SECRET GUEST ที่ทุกคนรอคอย “ตูน บอดี้สแลม” ขึ้นเวทีมาระเบิดพลังร่วมกันในเพลง “คิดฮอด” สาดพลังร็อก โชว์ท่อนแร็พอีสานทะลุฮอลล์ได้อย่างสะใจทุกคน
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่กลายเป็นภาพจำของคอนเสิร์ตครั้งนี้ คือโมเมนต์ที่ “ตูน บอดี้สแลม x ดา เอ็นโดรฟิน” ถ่ายทอดเพลง “ได้ยินไหม” ออกมาอย่างทรงพลัง คนดูทั้งฮอลล์พร้อมใจกันยกโทรศัพท์ขึ้น RECORD ราวกับรู้ทันทีว่านี่คือโมเมนต์ระดับตำนานที่จะถูกพูดถึงไปอีกนาน

ก่อนที่ “ตูน บอดี้สแลม” จะพาทุกคนกลับเข้าสู่พลังร็อกแบบเต็มพิกัดผ่านเพลง “ความรักทำให้คนตาบอด” ต่อด้วย “ยาพิษ” ราวกับทุกคนย้อนกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้งในช่วงเวลาที่เพลงของ BODYSLAM เคยเป็นซาวด์แทร็กสำคัญของชีวิต

และทันทีที่ “ดา” กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งในเพลง “หวั่นไหว” การยืนร้องเคียงข้างกันของ “ดา x ตูน” ไม่ได้เป็นเพียงโชว์ของสองศิลปินคุณภาพ แต่คือภาพของมิตรภาพ ความผูกพัน และช่วงเวลาที่ทุกคนในฮอลล์ต่างรู้สึกได้ถึง “ความคิดถึง” ที่ส่งผ่านเสียงเพลง
ช่วงท้าย “ดา เอ็นโดรฟิน” ยังกล่าวขอบคุณ “ตูน บอดี้สแลม” อย่างซาบซึ้ง พร้อมบอกว่าการได้มาร่วมอยู่ด้วยกันบนเวทีครั้งนี้ คือหนึ่งในภาพที่เธออยากเห็นมากที่สุด

ช่วงสุดท้ายของโชว์เต็มไปด้วยทั้งรอยยิ้มและความสุขที่ล้นใจ เมื่อ “ดา เอ็นโดรฟิน” พาทุกคนย้อนกลับสู่เพลงแห่งมิตรภาพอย่าง “สิ่งสำคัญ”, “เพื่อนสนิท” ก่อนปิดท้ายด้วย “ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ” เหล่าแขกรับเชิญกลับขึ้นมารวมตัวกันบนเวทีอีกครั้ง พร้อมส่งแฟนกลับบ้านด้วยหัวใจที่สุขล้นและความทรงจำที่เต็มอิ่ม
“DA ENDORPHINE UPSTAGE แสบสนิทคอนเสิร์ต” จึงไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตใหญ่ของศิลปินคนหนึ่ง แต่คือ “ปาร์ตี้แห่งความทรงจำ” ที่รวมทุกความสุข ความรัก และรอยยิ้มของคนทั้งยุคเอาไว้ในคืนเดียว ตอกย้ำว่า “ดา เอ็นโดรฟิน” คือหนึ่งในศิลปินหญิงที่ทรงพลังที่สุดของวงการเพลงไทย และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ทุกบทเพลงของ “ดา เอ็นโดรฟิน” ก็ยังคงอยู่ในหัวใจของแฟนเพลงเสมอไม่มีวันเปลี่ยน

นี่จึงไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตธรรมดา แต่คือ “การเดินทางที่ไม่มีวันจบ” ของศิลปินผู้เป็นตำนานตัวจริงของวงการเพลงไทย ที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจและความสุขให้ผู้ฟังเสมอ

