Author: sl

ประชันโฉมแบบ 10 เต็ม 10 แบบไม่มีใครยอมใครจริง ๆ สำหรับ “Lady Gaga” โกลบอลซูเปอร์สตาร์ เจ้าของ 16 รางวัลแกรมมี ควงแขน “Doechii” แรปเปอร์ นักร้อง และนักแต่งเพลงสุดแซ่บ เจ้าของ 2 รางวัลแกรมมี

Read More

ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ “Anime Festival Asia Thailand 2026 (#AFATH26)” เทศกาลอนิเมะและป๊อปคัลเจอร์ระดับภูมิภาค ที่รวมทั้งความบันเทิง แฟนด้อม และอุตสาหกรรมไว้ในงานเดียว เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30–31 พฤษภาคม 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญสุดพิเศษอย่าง “กอล์ฟ – พิชญะ นิธิไพศาลกุล” และ “Thames Malerose” คอสเพลย์เยอร์ชื่อดัง พร้อมด้วยทัพศิลปิน นักพากย์ นักวาด และสายคอสอีกมากมาย ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้กับแฟน ๆ อย่างเต็มที่ ภายในงานอัดแน่นด้วยโซนกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Exhibition Hall ที่รวบรวมบูธสินค้าอนิเมะ ฟิกเกอร์ และมังงะลิขสิทธิ์แท้แบบจัดเต็ม รวมถึง NEXT STAGE เวทีหลักสำหรับคอนเสิร์ตศิลปินระดับท็อป ทอล์กโชว์ และการเปิดตัวอนิเมะ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้พบปะศิลปินและนักพากย์อย่างใกล้ชิด พร้อมรวมตัวของสายคอสเพลย์และคอมมูนิตี้แฟนด้อมไว้อย่างคึกคัก สายอนิเมะตัวจริงห้ามพลาด “Anime Festival Asia Thailand 2026 (#AFATH26)” งานเดียวที่รวบรวมทั้งคอนเสิร์ตสุดมันส์ แขกรับเชิญชื่อดัง ไอเทมลิมิเต็ด และคอมมูนิตี้สายคอสไว้ครบ จัดเต็มความสนุกตลอด 2 วันในกรุงเทพฯ มาครั้งเดียวได้สัมผัสครบทุกอารมณ์ และดื่มด่ำไปกับโลกอนิเมะอย่างเต็มพลัง ห้ามพลาด!

Read More

“ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน” ที่เตรียมเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเป็นทางการในฐานะตัวแทนภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยก่อนเดินทาง เขาได้เผยลุคแอร์พอร์ตที่สะท้อนสไตล์ “Modern Prep” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Tommy Hilfiger

Read More

เรียกว่ากลับมาครั้งนี้ไม่ธรรมดา สำหรับ JAYLERR ที่เปิดตัวซิงเกิลใหม่ “NO PACER” อย่างเป็นทางการ ในฐานะศิลปินคนแรกภายใต้ GX10 ASIA พร้อมปล่อย Music Video ที่ทั้งเท่ ล้ำ และสะท้อนตัวตนแบบจัดเต็ม “NO PACER” มาพร้อมคอนเซปต์ “Living at My Own Pace” หรือการใช้ชีวิตในจังหวะของตัวเอง ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องแข่งกับใคร แค่โฟกัสในเส้นทางของตัวเองก็พอ โดยครั้งนี้ JAYLERR มีส่วนร่วมในงานสร้างสรรค์แบบเต็มตัว ทั้งเขียนเนื้อเพลง และร่วมแต่งทำนองอีกด้วย สะท้อนอีกหนึ่งก้าวของการเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว ในพาร์ทของดนตรี เพลงนี้โดดเด่นด้วยสไตล์ POP ผสม HIPHOP จังหวะ Fast Beat ที่ฟังสนุก มีท่อนแร็ปเพิ่มความเท่ และมาพร้อม Performance รูปแบบใหม่ที่แฟน ๆ จะได้เห็น JAYLERR ในลุคที่แตกต่างจากเดิม ด้าน Music Video ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กับการเล่าเรื่องผ่านคอนเซปต์ Multiverse ที่พาไปสำรวจหลายเวอร์ชันของ JAYLERR ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักเรียน เซลล์แมน หรือไรเดอร์ ที่แต่ละเวอร์ชันต้องเจอกับความท้าทาย และความวุ่นวายในแบบของตัวเอง แม้จะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ การต้องค้นหาทางของตัวเอง ท่ามกลางแรงกดดันของสังคม ความน่าสนใจคือการเล่าเรื่องที่ผสมความสมจริงกับความแฟนตาซี ทำให้ผู้ชมเห็นภาพชีวิตที่ทั้งวุ่นวาย สนุก และบางครั้งก็เละเทะ แต่สุดท้ายทุกคนก็ยังคงเดินต่อไปในแบบของตัวเอง เพราะทุกคนมี “My Own Pace” ที่ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใคร ไม่ต้องพยายามเป็นแบบใคร แค่เดินตามจังหวะชีวิตของตัวเอง เหมือนกับ JAYLERR ที่ในวันนี้อยากทำงานในจังหวะของตัวเอง ในพาร์ทของการเป็นศิลปิน

Read More

นับเป็นช่วงเวลาที่ดีของค่าย “Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส)” ที่เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน ได้ประกาศลงโพสต์โซเชียลยินดีต้อนรับ “WINNING” ศิลปินใหม่เบอร์ล่าสุดของค่าย และในวันนี้ “WINNING” (วินนิ่ง เมธาวิน คุ้มโห้) พร้อมปล่อยซิงเกิลแรกให้ได้ฟังกันแล้วชื่อว่า “คิดจะไปก็ไป (It was never me)” กับแนวเพลงป๊อบร็อกที่ผสานความดิบ เซอร์ของเจ้าตัวเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยหนุ่ม “WINNING” ได้เล่าถึงการเข้ามาอยู่ค่าย Kicks Records และความรู้สึกที่ได้ปล่อยเพลงแบบมีค่ายครั้งแรกไว้ว่า “ก่อนหน้านี้ผมทำเพลงเองมาตลอด ลงยูทูบเอง ทำทุกอย่างเอง พอได้มีโอกาสส่งเดโม่ไปที่ค่าย Kicks Records ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ฟีดแบคกลับมาเร็วขนาดนี้ วันที่พี่แทนติดต่อมาเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก พอได้เข้าไปคุยกับพี่แทนกับพี่คัตโตะ ก็รู้สึกว่าที่นี่ให้โอกาสและเปิดพื้นที่ให้เราได้ลองของจริง ๆ ซึ่งการได้ปล่อยเพลงแรกแบบมีค่าย ต่างจากตอนทำเองมาก เพราะมีทีมที่ช่วยคิด ช่วยพัฒนา ทำให้เพลงไปได้ไกลขึ้นกว่าที่เราคิดไว้ ความรู้สึกมันทั้งตื่นเต้น กดดัน และก็ภูมิใจมาก ๆ ที่ในที่สุดเราได้มีซิงเกิลของตัวเองอย่างจริงจัง (ยิ้ม)” กับซิงเกิลแรก “คิดจะไปก็ไป (It was never me)” WINNING ได้แต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองเอง โดยเริ่มจากโจทย์ที่พี่คัตโตะและพี่แทน Lipta เจ้าของค่าย Kicks Records ที่ขอให้มีคาแรกเตอร์แบดบอยนิด ๆ มีความผิดหวังเกี่ยวกับความรัก แต่ไม่ได้ฟูมฟาย เป็นความเจ็บปวดลึก ๆ ที่ไม่แสดงออกมา “คือเหตุผลที่ผมเลือกประโยคคำว่า “จะไปไหนก็ไป” มาเขียนเพลงเพราะผมรู้สึกว่าเป็นคำที่ตัดจบบทสนทนาได้เป็นอย่างดี เพลงนี้เล่ามุมมองของคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่กำลังจะจบ โดยเริ่มจากความสงสัยว่า “ทำไมอีกฝ่ายถึงเปลี่ยนไป” มีการตั้งคำถามว่าเพราะตัวเขาเองหรือมีใครใหม่เข้ามา แต่พอเรื่องดำเนินไป ความรู้สึกมันค่อย ๆ เปลี่ยนจากการอยากรู้คำตอบ กลายเป็นการ “ไม่อยากรู้แล้ว” เพราะรู้ว่าคำตอบมันอาจจะยิ่งทำให้เจ็บกว่าเดิม เลยเลือกที่จะตัดจบความสัมพันธ์ด้วยประโยค “ถ้าคิดจะไปก็ไปเถอะ” ส่วนการทำงานของ “WINNING” ใน “คิดจะไปก็ไป (It was never me)” นี้ “เริ่มจากการทำเดโม่ตามโจทย์ที่ได้รับจากทางค่าย ซึ่งผมค่อย ๆ พัฒนาไอเดียจากประโยคเดียว…

Read More

MOLON (โมลอน) ภายใต้สังกัด TERO MUSIC กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เข้มข้นกว่าเดิม หลังจากจบ EP.แรก PUPA NOVA อย่างเพลง ดินแดง, เงื่อนตาย, หง่าวเหงา (Lonely), ดอกไม้ (helianthus) พวกเขากลับมาพร้อมการเดินทางบทใหม่ในปี 2026 ที่โตขึ้น ท้าทายขึ้น และชัดเจนในทิศทาง Emo-Rock อย่างเต็มตัว ประเดิมซิงเกิลแรกจาก EP.2 ด้วยเพลง “วัดหน่อย” กับสมาชิกยุคใหม่ ได้แก่ เทค (ร้องนำ), กิจ (เบส), ตัง (กีตาร์) และ โต้ (กลอง) โดยเพลงนี้ “เทค” นักร้องนำ ได้หยิบเอาประสบการณ์การถูกบูลลี่ในวัยเด็กและกระแสสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความ Toxic มากลั่นเป็นเนื้อหาที่กระแทกใจ ภายใต้การดูแลของ Producer คู่ใจอย่าง “คิต Bedroom Audio” พร้อมความพิเศษของซิงเกิลนี้คือการได้ “เอก Season Five” มานั่งแท่นเป็น Vocal Director ซึ่งทำเอา “เทค” ถึงกับเกร็ง “เทค” ยอมรับว่ากดดันมาก เพราะพี่เอก Season Five มีสกิลการร้องสูงมาก บางท่อนเคี่ยวกันหนักจนเหงื่อตก แต่ผลลัพธ์ออกมาสนุกและสมบูรณ์แบบ เป็นมิติใหม่ของการร้องที่ไม่เคยทำมาก่อน สำหรับเพลง “วัดหน่อย” เปรียบเสมือนตัวแทนของคนขี้แพ้ที่กำลังลังเลว่าจะสู้ดีไหม พร้อมส่งสารว่า บางครั้งเราต้องตอบโต้บ้าง เพื่อให้หลุดพ้นจากความ Toxic ในสังคม แม้ MOLON จะมีการปรับเปลี่ยนสมาชิกใหม่ แต่การทำงานในเพลงนี้ยังคงเข้มข้นเช่นเดิม โดยเริ่มแต่งจากกีตาร์โปร่งโดย “เทค” ก่อนส่งต่อให้ ตัง, โต้ และ กิจ ช่วยกัน Arrange ดนตรีให้มีความหนักและซิ่ง โชว์เทคนิคแบบจัดเต็ม และยังคงได้ “คิต Bedroom Audio” มาดูแลการผลิตเช่นเดิม ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ แฟนๆ…

Read More

นับเป็นผลงานภาพยนตร์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคอหนังไทย สำหรับผลงานการแสดงของตลกระดับตำนาน “ค่อม ชวนชื่น” ที่ฝากทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเสน่ห์เฉพาะตัวไว้อย่างชัดเจน ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ยังถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง

Read More

21 เพลงจุก ๆ กันไปเลย สำหรับอัลบั้มใหม่ของ Noah Kahan ซูเปอร์สตาร์โฟล์กป็อป เจ้าของยอดขายระดับมัลติแพลตินัม และดีกรีเข้าชิง 2 รางวัลแกรมมี หลังจากปล่อยอัลบั้ม The Great Divide ที่หลายคนรอคอยมาได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง เขาก็ปล่อยเวอร์ชัน Extended ในชื่อ The Great Divide: The Last Of The Bugs ออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังกันต่อแบบไม่ต้องรอนาน อัลบั้มนี้ยังคงเป็นเพลงโฟล์กป็อปชั้นดี ที่มาพร้อมเสียงร้องเปี่ยมอารมณ์ตามแบบฉบับของ Noah Kahan และเสียงกีตาร์สไตล์โฟล์กที่เอาผู้ฟังอยู่หมัดได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน นับว่าเป็นการกลับมาที่ทำให้แฟน ๆ หายคิดถึงอย่างแท้จริง Noah Kahan กล่าวถึงเบื้องหลังในการทำอัลบั้มนี้ว่า“มันยากเหลือเกินที่จะเริ่มอธิบายว่าช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่ผมใช้เริ่มอัลบั้มนี้จนเสร็จ มันให้ความรู้สึกอย่างไร มันเป็นการปะทะกันของความกลัว แรงกดดัน ความสุข โชคชะตา และความรักอย่างล้นหลาม ทั้งหมดนี้มันทำให้ผมแทบพูดไม่ออก ผมใช้เวลาหลายเดือนเดินไปข้างหน้าในความมืดมิดสนิท เหยียดมือออกไปข้างหน้าอย่างสิ้นหวัง เพียงเพื่อจะได้สัมผัสบางสิ่งที่คุ้นเคย สิ่งที่จะบอกผมว่าผมอยู่ใกล้แสงสว่างอีกครั้งแล้ว แต่เอาเข้าจริงแล้ว ผมไม่เคยอยู่ตามลำพังเลย และผมก็คิดว่าไม่มีใครในพวกเราที่ต้องโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง ผมได้รับการนำทางผ่านความสับสนวุ่นวายเหล่านั้น จากเสียงที่สงบนิ่ง จากความเงียบงันของบ้านเกิด จากความทุ่มเทอย่างเต็มที่ของวงดนตรี โปรดิวเซอร์ และทีมงานของผม จากการโอบกอดที่มั่นคง และเปี่ยมด้วยความรักจากภรรยาและครอบครัว และแน่นอน จากกำลังใจที่ไม่เคยจางหายของแฟน ๆ ทุกคน ผมภูมิใจอย่างมากกับสิ่งที่พวกเรากำลังสร้างร่วมกัน และหวังว่าเราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในความฝันนี้ไปอีกนานแสนนาน” อัลบั้มนี้ได้สองโปรดิวเซอร์ฝีมือเยี่ยมมาร่วมสร้างสรรค์ ได้แก่ Gabe Simon โปรดิวเซอร์จากอัลบั้ม Stick Season ที่เคยร่วมงานกับ Dua Lipa, Lana Del Rey และ Aaron Dessner โปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัลแกรมมีที่เคยร่วมงานกับ Taylor Swift และ Bon Iver โดยมีสองซิงเกิลฮิตอย่าง “The Great Divide” และ…

Read More

หลังจากได้เวิร์คชอปยิงปืนเพื่อเข้าฉากในละคร “โทษฐานที่รักเธอ” แล้ว บอกเลยว่าพระเอก “นาย ณภัทร- เสียงสมบุญ” ก็ติดอกติดใจหลงเสน่ห์กีฬายิงปืนเข้าอย่างจัง ยิ่งต้องเข้าฉากเป็นครูสอนยิงปืนให้นางเอกสาว “มิ้นท์ – รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร” ด้วยแล้ว ยิ่งตื่นเต้นที่จะได้เป็นถ่ายทอดวิชาที่ได้เรียนมาให้สาวมิ้นท์เป็นคนแรก โดยฉากที่สอนยิงปืนนี้เป็นตอนที่วายุ (นาย ณภัทร) ได้รับภารกิจให้มาเป็นครูสอนยิงปืนให้กับคุณหนูฟ้าใส (มิ้นท์ รัญชน์รวี) ผู้ที่กลัวปืนและอาการแพนิคกำเริบทุกครั้งที่ต้องเจอกับสถานการณ์คับขัน งานนี้วายุเลยจัดคอร์สสอนยิงปืนแบบใกล้ชิด พร้อมเทคนิคหาปืนสีชมพูหวานแหววให้นักเรียนคนสวยโดยเฉพาะเลยทีเดียว เบื้องหลังการถ่ายทำสนุกสนานมาก พี่บั๊ม ปริยากร ผู้กำกับบรีฟนิดเดียวก็ปล่อยให้พี่นายจัดการสอนน้องมิ้นท์แบบฟรีสไตล์ นายชอบมากที่ได้ใช้ความรู้จากนักแสดงรุ่นพี่อย่างนิว วงศกร ครูสอนยิงปืนสุดเท่ที่ไปร่ำเรียนมา เอามาสอนต่อน้องมิ้นท์ได้ นอกฉากชวนน้องมิ้นท์เมาท์ไม่หยุด ส่วนน้องมิ้นท์หลังจากได้ลองก็สนใจเต็มที่ เรียกว่าโดนป้ายยาชอบกีฬายิงปืนไปอีกคน แถมฝีมือการยิงยังแม่นจนพี่นายยืดอกภูมิใจในตัวลูกศิษย์สุด ๆ หลังจากฝึกซ้อมนัดแนะคิวกันเรียบร้อย คราวนี้ก็มาถึงสถานการณ์ในฉาก น้องมิ้นท์จากที่ไม่กลัวปืน ก็ต้องทำสมาธิสวมวิญญาณเป็นฟ้าใสที่กลัวปืนทันทีที่รู้ว่าต้องมาเรียนยิงปืนกับบอดี้การ์ดสุดหล่ออย่างวายุ ครั้งนี้ก็ตั้งท่าจะหนีท่าเดียว ทำเอาวายุต้องทั้งปลอบ ทั้งสอน ก่อนจะมอบปืนสีชมพูหวานแหววเป็นปืนประจำตัว พร้อมกับสอนเทคนิคแบบใกล้ชิด ทั้งจับ ทั้งโอบ จัดท่าและวิธีการใช้ปืนที่ถูกต้องและปลอดภัย จากที่กลัวปืนอยู่ดี ๆ ฟ้าใสก็ใจสั่นเพราะครูสุดหล่อแทน มาดูกันต่อว่าวายุจะทำภารกิจนี้สำเร็จหรือไม่ และฟ้าใสจะก้าวข้ามความกลัวครั้งนี้ไปได้อย่างไร ต้องติดตามฉากโชว์มาดเท่ของ “นาย ณภัทร” และทักษะการยิงปืนของ “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใน “โทษฐานที่รักเธอ” ออกอากาศวันพุธที่ 29 เมษายนนี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ห้ามพลาด “ดูทีวีกด 33 ดูออนไลน์ที่ 3Plus”

Read More

ก่อนซีรีส์จะลาจอไป ทั้ง 6หนุ่ม “เอิร์ท-มิกซ์-จอส-กวิน-อู๋-บูม” ชวนแฟน ๆ มาร่วมรับชมตอนสุดท้ายของซีรีส์และปิดฉากโปรเจกต์ละครเวทีคณะสุดแซ่บครั้งนี้ไปพร้อมกัน กับงาน “Only Friends : Dream On Final EP. FAN MEETING” 

Read More