Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: sl
ครองสุขพาทรรศนะ “(โบ๊ท-ธารา)” มาสู้ขออรสอางค์ “(มายด์-ฑาริกา)” ที่กรุงเทพ คุณหญิงแม่อรสอางค์ “(ต้อม-รัชนีกร)” หวังให้ฐานะทางการเงินที่ย่ำแย่ของครอบครัวดีขึ้น จึงยอมยกอรสอางค์ให้ทรรศนะ ด้านปลอด “(เก่ง-ชาติชาย)” รู้ข่าวเรื่องใหญ่ “(เต้ย-พงศกร)” ถูกลอบฆ่าจากปานเทพ จึงบุกมาจัดการครองสุขที่ฟาร์มไพศาล เพราะกลัวว่าใหญ่จะถูกปิ่นอนงค์ “(พรีม-รณิดา)” ปั่นหัวจนลืมความแค้นไปหมด ใหญ่รีบเข้ามาขวางและขอให้ปลอดทำตามแผนของตนอีกสักครั้งใหญ่ เพราะมั่นใจว่าปิ่นอนงค์แค่โดนครองสุขหลอกใช้ และไม่คิดร้ายกับตนแน่ ที่ใหญ่กลับมาครั้งนี้ใหญ่ไม่ได้ต้องการสมบัติของพ่อ แค่อยากกลับบ้าน และคนคนเดียวที่ทำให้ใหญ่รู้สึกว่าฟาร์มไพศาลเป็นบ้าน คือปิ่นอนงค์ และใหญ่ยังขอให้ปลอดมาสู่ขอปิ่นอนงค์ ละครเรื่อง “ปิ่นอนงค์” EP.11 วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569 และทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 3
“DOOR PLANT” วงอินดี้ป๊อบสุดจี๊ด มาพร้อมซิงเกิลใหม่ “Midnight In My Room” เพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของการอยู่คนเดียวในช่วงวัย 26 ผ่านพื้นที่เล็ก ๆ ของ “ห้องนอนสี่เหลี่ยม” ที่เต็มไปด้วยความทรงจำและเรื่องราวของชีวิตที่ผ่านมา เพลงนี้เริ่มต้นขึ้นในขณะที่วงกำลังอยู่ในช่วงทำซิงเกิลก่อนหน้า อย่างเพลง Nasty Star จนกระทั่งคืนหนึ่งที่ Woodsome Studio ในช่วงเวลาเที่ยงคืน โอ๊ต (กีต้าร์) ได้นำเดโมมาให้เพื่อน ๆ ในวงฟัง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของซิงเกิลนี้ โดย ภูมิ (ร้องนำ/กีต้าร์) กล่าวหลังจากได้ฟังว่า “มันต้องร้องว่า Midnight In My Room” จากประโยคสั้น ๆ ในคืนนั้น กลายเป็นเดโมที่ถูกพัฒนาต่อทันทีภายในคืนเดียวกัน จนกลายมาเป็น “Midnight In My Room” เพลงที่สะท้อนการเติบโต และการทำความเข้าใจตัวเองผ่านช่วงเวลาเงียบ ๆ ยามเที่ยงคืนในห้องนอนสี่เหลี่ยม เปรียบเสมือนบันทึกของอารมณ์ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต เพลงนี้ไม่ได้เล่าถึงความเหงาจากการอกหัก หรือการต้องการใครบางคน แต่เป็นความเหงาของการอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ในห้องเดิม ปล่อยความคิดไปกับเรื่องราวที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ได้ทบทวน ทำความเข้าใจ และรับรู้ถึงการเติบโตของตัวเอง ในพาร์ตของดนตรี เพลงนี้ถูกบันทึกเสียงขึ้นในห้องนอน โดยวงอยากเสนอเพลงนี้ด้วยวิธีที่เรียบง่าย เล่นให้น้อยที่สุด แต่ให้น้ำหนักกับอารมณ์เป็นหลัก โทนของเพลงจึงเหมือนคนที่อยู่คนเดียวในห้องเงียบ ๆ กับกีตาร์ตัวเดิมที่ถูกหยิบขึ้นมาเล่นซ้ำ ๆ ทุก Track เลยเกิดจากกีต้าร์ตัวเดียวที่สร้างทุกเลเยอร์ทุกซาวด์ตลอดทั้งเพลง อีกหนึ่งความพิเศษของเพลงนี้คือการได้ร่วมงานกับ Mixing Engineer Emil Dela Rosa ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มซาวด์ของเพลงให้มีมิติและชัดเจนมากยิ่งขึ้น
“GAVIN:D” ปล่อยเอ็มวี “ได้แค่เดินมาส่ง (The Last Walk)” ฟีทเจอริ่ง “BLVCKHEART” เข้าใจคนถูกทิ้งกลางทาง ไปไม่ถึงเส้นชัยของความรัก
ล่าสุด GAVIN:D ไม่รอช้าส่งมิวสิควิดีโอเพลงแรก “ได้แค่เดินมาส่ง (The Last Walk)” เพลงป็อปอาร์แอนด์บีสุดเศร้า ที่ได้ศิลปินฮิปฮอปดาวรุ่งอย่าง “BLVCKHEART” มาร่วมฟีทเจอริ่ง บอกเล่าความรู้สึกของคนถูกทิ้ง แม้เราทั้งคู่จะเดินทางร่วมกันมาแสนนานแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาที่หมดรัก กลับบอกลากันง่ายดายเกินกว่าจะทำใจ และต้องจำยอมกับสถานะ ‘คนเดินมาส่ง’
“เบคกี้, เบลล่า และ MINGI” นำทัพ เซเลบริตี้ ร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี MCM พร้อมเปิดตัว MCM Lifestyle Store ใหม่ที่ EmQuartier ประเทศไทย
แบรนด์ลักชัวรีระดับโลก MCM เฉลิมฉลองการเปิดตัว MCM Lifestyle Store แห่งใหม่ ณ EmQuartier อย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ในประเทศไทย ในวาระก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของแบรนด์ งานครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ MCM ในการผลักดันขอบเขตของความหรูหราร่วมสมัย พร้อมนิยามอนาคตของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ผ่านการผสานดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม โอกาสสำคัญนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทของ กรุงเทพฯ ในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและแฟชั่นที่มีพลัง และยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองวาระ 50 Years of Excellence and Beyond ของ MCM ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของแบรนด์ ภายในงานได้รับเกียรติจากศิลปินระดับโลก “MINGI” จากวง ATEEZ มาร่วมเฉลิมฉลองในฐานะแขกพิเศษ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชั้นนำของไทยจากวงการบันเทิงและแฟชั่น อาทิ “เบลล่า ราณี, เบคกี้ รีเบคก้า, แอลม่อน ภูมิสุวรรณ, โปรเกรส ภาสวิชญ์, เมเบิ้ล สิริวลี, แป้งจี่ ปภาวรินทร์ และ หมีพูห์ วิน” ที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับค่ำคืนแห่งแฟชั่นครั้งนี้ แขกผู้ร่วมงานต่างปรากฏตัวในลุคจากคอลเลกชัน MCM Spring/Summer 2026 ซึ่งสะท้อน DNA ของแบรนด์ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านแนวคิด “Made for Movement” ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ลักชัวรีของคนยุคใหม่ ไอเท็มสำคัญอย่างกระเป๋าซิกเนเจอร์ แอ็กเซสซอรี และเรดี้ทูแวร์ ถูกนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ในแต่ละลุค โดยมีลวดลาย Visetos monogram อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ถูกนำมาผสานอย่างโดดเด่นในซิลูเอตของฤดูกาลนี้ ขณะเดียวกันยังเพิ่มลูกเล่นสนุกสนานผ่านคาแรกเตอร์ Rabot ที่ช่วยเติมความขี้เล่นและความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเลกชัน
จากเพลงรักไวรัล…พร้อมแลนด์ดิ้งไทย! “Yuika” นักร้องสาวดาวรุ่ง เตรียมเปิดคอนเสิร์ตให้แฟนไทยได้ฟินครั้งแรก
กระแส J-POP ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแฟนเพลงชาวไทยเตรียมพบกับการแสดงสดของนักร้องและนักแต่งเพลงดาวรุ่งอย่าง “Yuika (ยูอิกะ)” ขอมาใกล้ชิดกับแฟน ๆ ชาวไทยกับเอเชียทัวร์ ปี 2026 ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญที่แฟนไทยจะได้สัมผัสเสียงร้องและบทเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ
“จางหลิงเฮ่อ-เถียนซีเวย” เคมีเดือด! iQIYI ส่ง “ล่าหยก (Pursuit of Jade)” ขึ้นแท่นซีรีส์รักแห่งปี ถ่ายทอดรักที่สูสี ทั้งหัวใจและชะตา
iQIYI เปิดตัวซีรีส์จีนย้อนยุคเรื่องใหม่ที่ได้รับกระแสตอบรับดีที่สุดในขณะนี้ “ล่าหยก” (Pursuit of Jade) ผลิตโดย iQIYI และ Haohan Entertainment ดัดแปลงจากนิยายเรื่อง Pursuit of Jade อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา โดยได้สองนักแสดง “จางหลิงเฮ่อ (Zhang Linghe)” และ “เถียนซีเวย (Tian Xiwei) ” มารับบทนำ ถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่เริ่มต้นท่ามกลางหิมะก่อนจะเติบโตผ่านชีวิตธรรมดา และยืนหยัดเคียงข้างกันท่ามกลางสนามรบ ซีรีส์ “ล่าหยก” (Pursuit of Jade) มาพร้อมพล็อตเรื่องที่สดใหม่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความสัมพันธ์ของพระนางที่ขับเคี่ยวกันอย่างสูสีทั้งในแง่ความสามารถและพลังทางอารมณ์ ผสานกับความรักที่หวานละมุนแฝงไปด้วยอารมณ์ขัน เซี่ยเจิง (Xie Zheng) ผู้สร้างวีรกรรมมากมายในสนามรบ และในขณะเดียวกันก็เป็นขุนนางตกอับที่ต้องปกปิดตัวตน ใช้ชีวิตภายใต้นามแฝงเพื่อสืบหาความจริงของคดีนองเลือดเมื่อ 17 ปีก่อน แต่เมื่อได้พบกับความอบอุ่นและหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของฝานฉางอวี้ (Fan Changyu) หญิงสาวที่ต้องลุกขึ้นดูแลครอบครัวเพียงลำพังหลังจากที่สูญเสียพ่อแม่ไป หัวใจนักรบที่แข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยความแค้นและใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นชายผู้อ่อนโยนและเอาใจใส่อย่างแท้จริง นอกจากนั้น ฝานฉางอวี้ยังเป็นนักรบที่กล้าหาญ พร้อมกวัดแกว่งดาบปกป้องผู้คน และออกตามหาคนที่เธอรัก เธอคือส่วนผสมที่รวมเอาความสดใสของหญิงสาวและความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญอย่างวีรสตรีไว้ในคนเดียว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นจากการแต่งงานด้วยความจำเป็น จนกระทั่งผ่านการทดสอบและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์จึงพัฒนาไปสู่ความเชื่อใจอย่างแท้จริง ทั้งสองค่อย ๆ ก้าวเข้าหากันและสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้ง จนกลายเป็นความรักแท้ในที่สุด ภายใต้ความโรแมนติก ซีรีส์เรื่องนี้ยังสอดแทรกแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวรู้จักรักและปกป้องบ้านเมือง ทำให้ความสัมพันธ์ของเซี่ยเจิงและฝานฉางอวี้ผูกพันกับการทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้จนแยกไม่ออก เมื่อเซี่ยเจิงตัดสินใจกลับสู่สนามรบเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูล ขณะที่ฝานฉางอวี้ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิด และเมื่อแผนการต่าง ๆ เปิดเผย ทั้งสองตระกูลก็ถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ แต่ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับวิกฤตของบ้านเมืองหรือความสูญเสีย ทั้งสองก็เลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างและฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซีรีส์ “ล่าหยก” (Pursuit of Jade) ได้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยืนหยัดในช่วงเวลาที่สับสนวุ่นวาย อีกทั้งยังถ่ายทอดมุมมองที่อบอุ่นผ่านชีวิตของผู้คนซึ่งเต็มไปด้วยความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่อีกด้วย ร่วมเป็นสักขีพยานให้กับความรักของทั้งคู่ที่เริ่มต้นท่ามกลางพายุหิมะ และจบลงด้วยการเคียงข้างกันตลอดไปได้แล้ววันนี้ในซีรีส์ “ล่าหยก” (Pursuit of Jade) บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com
สมมงที่สุด! “Golden” ไม่ใช่แค่เพลงฮิต แต่คือผู้ชนะออสการ์ คว้ารางวัล “Best Original Song” ในฐานะเพลงประกอบ “KPop Demon Hunters”
ในที่สุด “Golden” เพลงประกอบแอนิเมชันเรื่องดัง “KPop Demon Hunters” จาก Netflix ก็สามารถคว้ารางวัลใหญ่อย่าง “Best Original Song” จากเวที “ออสการ์ 2026” เมื่อคืนวันที่ 15 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมาได้อย่างสวยงามแบบไม่พลิกโผ โดย “Golden” เป็นเพลง K-Pop เพลงแรกที่ได้รางวัลออสการ์
“พีท วสุธร” เปิดตัวซิงเกิลแรก “ยิ่งบ่น ยิ่งรัก (Love Noise)” พร้อมประโยค โดนใจ “ยิ่งบ่นยิ่งน่ารัก” เพลงรักอบอุ่น ที่บอกว่าคำบ่น…ก็คือความรัก
“ยิ่งบ่นเธอยิ่งน่ารัก ยิ่งบ่นหนักยิ่งรักเธอจนไม่ไหว” เตรียมพบกับซิงเกิลแรก “ยิ่งบ่น ยิ่งรัก (Love Noise)” จากศิลปินหนุ่ม “พีท วสุธร ชัยจินดา” ศิลปินจากค่าย cusp.entertainment ที่ถ่ายทอดมุมมองความรักผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า บางครั้งความรักไม่ได้ถูกบอกผ่านคำหวานเพียงอย่างเดียว เพลงนี้สะท้อนถึงความรู้สึกว่าความรักไม่จำเป็นต้องแสดงออกด้วยคำว่ารักเสมอไป แต่สามารถสื่อสารผ่านการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันได้ โดยการที่มีคนคอยเตือน คอยดูแล และอยู่เคียงข้างกันเสมอ แม้ในวันที่เราไม่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น ซึ่งเพลงนี้จึงเป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ที่เติบโตไปพร้อมกัน ผ่านทั้งเสียงหัวเราะ ความวุ่นวาย และการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน สำหรับเพลง “ยิ่งบ่น ยิ่งรัก (Love Noise)” มาในสไตล์ป๊อปจังหวะฟังง่าย เมโลดี้ติดหู โดดเด่นด้วยบรรยากาศสดใสที่ฟังได้เพลินในทุกช่วงเวลาของวัน โดยตัวเพลงเลือกเล่ามุมมองความรักผ่าน “การกระทำเล็ก ๆ” ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคำบ่น คำเตือน หรือการดูแลกันแบบเรียบง่าย ซึ่งกลายเป็นภาษารักที่ชัดเจนและจริงใจกว่าคำพูดหวาน ๆ สะท้อนความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว เพลงนี้เป็นการรวมตัวของทีมเบื้องหลังคุณภาพ โดยได้ “จ๋า อมรสุดา กาญจนภี” โปรดิวเซอร์คุมภาพรวมอารมณ์เพลงให้ออกมาอบอุ่นและเข้าถึงง่าย ผสานกับการเรียบเรียงดนตรีจาก “บี ETC. โสตถินันท์ ไชยลังการณ์” วางโครงสร้างให้มีความเรียบง่าย ฟังสบาย แต่ยังคงความน่าสนใจในรายละเอียด พร้อมเสริมความสมบูรณ์ด้วย “หนึ่ง ETC. อภิวัฒน์ พงษ์วาท” ที่เข้ามาดูแลในส่วนของการคุมร้องและดีไซน์การใช้เสียง ถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมาได้อย่างมีมิติ และช่วยดึงเสน่ห์เฉพาะตัวของพีทให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ในส่วนของมิวสิกวิดีโอเพลง “ยิ่งบ่น ยิ่งรัก (Love Noise)” ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านบรรยากาศในโรงเรียน กับนักเรียนตัวป่วนที่มักสร้างเรื่องให้ครูต้องคอยเรียก คอยเตือน และคอยบ่นอยู่เสมอ ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยโมเมนต์เล็ก ๆ ที่ชวนอมยิ้มและอบอุ่นหัวใจ ความพิเศษของมิวสิกวิดีโอครั้งนี้ยังได้ “ฐิติพงศ์ เซ่งง่าย (FortFTS)” มาร่วมแสดง เพิ่มสีสันให้กับเรื่องราวของความซน ความน่ารัก และเคมีระหว่างตัวละครที่เปี่ยมไปด้วยพลังแบบวัยเรียนได้อย่างลงตัว เรื่องราวถูกเล่าผ่านความสัมพันธ์ของ “คนที่ชอบบ่น” กับ “คนที่ถูกบ่น” ซึ่งแท้จริงแล้วคือภาพแทนของความใส่ใจในชีวิตประจำวัน เปลี่ยนเสียงบ่นที่ดูธรรมดาให้กลายเป็น “Love…
“pami” กลับมาพร้อมซิงเกิล “cry jar” เปลี่ยนน้ำตาให้กลายเป็นมูลค่าความเสียหาย นิยามใหม่ของความสัมพันธ์ที่ไม่ยอมขาดทุน
หลังจากสร้างสีสันให้วงการเพลงมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดศิลปินสาวมากความสามารถ “pami” จากค่าย “Juicey” กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่สุดแสบซ่า “cry jar” เพลงป๊อปดนตรีฟังสบายแต่เนื้อหาจิกกัดที่ชวนให้ทุกคนหันมาประเมินค่าความเสียใจในความสัมพันธ์
“ชัยวัฒน์ มิ่งไม้” นำทัพ “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” เปิดเกมรุกครั้งใหญ่ ปั้น “Common Ground” สร้างระบบใหม่ด้วย Co-Production Hub
“ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” เดินหน้ารุกธุรกิจภาพยนตร์เต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดยูนิตใหม่ “Common Ground” เพื่อยกระดับการพัฒนาไอเดียและคอนเทนต์คุณภาพ พร้อมจับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เสริมศักยภาพด้านการผลิต การลงทุน และการจัดจำหน่าย
