
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยพลังของเสียงดนตรีและความรู้สึกที่เชื่อมต่อระหว่างศิลปินกับแฟน ๆ อย่างลึกซึ้ง สำหรับ “BILLKIN FEELQUENCY CONCERT PRESENTED BY CP” คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบของศิลปินคุณภาพ “BILLKIN” (บิวกิ้น – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) ที่ทุบสถิติบัตร SOLD OUT ทั้ง 3 รอบการแสดง โดย “บิวกิ้น” ได้ถ่ายทอดทุกอารมณ์ผ่านบทเพลงและการแสดงบนเวทีภายใต้คอนเซ็ปต์ Music Quality ในแบบฉบับของตัวเอง ที่เปลี่ยนทุกบทเพลงให้กลายเป็น คลื่นความรู้สึก ที่ส่งตรงถึงแฟน ๆ ทั้งฮอลล์ งานนี้กระแสตอบรับยังมาแรงเกินต้าน ส่งให้ #BILLKIN_FEELQUENCY_D1 #BILLKIN_FEELQUENCY_D2 #BILLKIN_FEELQUENCY_D3 พุ่งทะยานขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ของไทย อีกด้วย กับความพิเศษที่จัดขึ้นทั้งหมด 3 รอบการแสดง ในวันที่ 13, 14, 15 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

ตลอดทั้งโชว์ บิวกิ้นได้พาผู้ชมเข้าสู่ช่วงของเสียงดนตรีที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความหมาย ผ่านการร้องและการแสดงที่ใส่เต็มทุกอารมณ์ พร้อมด้วยนักดนตรีกว่า 80 ชีวิต ผสานเข้ากับโปรดักชันเวที แสง สี เสียง เอฟเฟกต์ ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมตลอดทั้งโชว์ ไฮไลต์สำคัญคือเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่มีแคทวอล์คเป็นวงรี ที่ออกแบบให้ล้อมรอบพื้นที่ผู้ชมด้านใน ทำให้ศิลปินสามารถเดินไปหาแฟน ๆ ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมการ Rearrange เพลงใหม่ เพื่อเป็นการมอบความพิเศษสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ สร้างประสบการณ์ การชมคอนเสิร์ตที่ทั้งอบอุ่นและทรงพลังในเวลาเดียวกัน อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่สร้างเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ คือ โมเมนต์เปิดตัวในวันที่ 2 และวันสุดท้าย ที่บิวกิ้นปรากฏตัวพร้อมลุคผมสั้นใหม่ ทำเอาแฟน ๆ ฮือฮา และกลายเป็นกระแสที่พูดถึงอย่างมากบนโซเชียล

เริ่มเปิดเวทีอย่างทรงพลังพร้อมพาทุกคนเข้าสู่คลื่นความถี่ด้วยเพลง “นับหนึ่ง (From Now On)” ที่ปลุกพลังคนทั้งฮอลล์ตั้งแต่วินาทีแรก ก่อนพาไล่อารมณ์ผ่านทั้งเพลงสนุกและเพลงอบอุ่น สลับกับโชว์คุณภาพที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นช่วงออร์เคสตราเครื่องสายกว่า 30 ชิ้น ที่นำเพลงอย่าง “การเดินทางที่สวยงาม (A Beautiful Ride)”, “สวยงามเสมอ (Ever-Forever)” และ “กีดกัน (Skyline)” มาเรียบเรียงใหม่ได้อย่างละเมียดละไม

ต่อด้วยพาร์ต Jazz Big Band ที่เติมสีสันความคลาสสิกและขี้เล่นให้เวที โดยหยิบเพลง “Mr. Everything” มา Rearrange ใหม่ รวมถึงเพลงระดับตำนานอย่าง “I Just Called To Say I Love You” และ “My Way” ที่สร้างบรรยากาศทั้งอบอุ่นและทรงพลังในเวลาเดียวกัน ก่อนเข้าสู่ช่วงการแสดงบนเวทีรองที่บิวกิ้นร่วมร้องกับเปียโนกับ 3 เพลงเศร้า สะกดอารมณ์คนดูทั้งฮอลล์ให้ดำดิ่งลึกลงไปกับเพลง

ไฮไลต์สำคัญอีกส่วนคือกองทัพแขกรับเชิญที่มาสร้างโมเมนต์พิเศษในแต่ละวัน เริ่มจากวันแรกกับ “ป๊อด ธนชัย” มาร่วมสร้างสีสันบนเวทีในเพลง ‘แปลไม่ออก’ ด้วยไลน์ประสานที่ทรงพลังและตราตรึงใจคนฟังสุดๆ ต่อด้วยอีกหลายเพลง ก่อนจะส่งท้ายด้วย ‘I’m ok // not ok’ สำหรับวันที่ 2 ได้ ‘ดา เอ็นโดรฟิน’ มาร่วมสร้างโมเมนต์พิเศษในเพลง ‘Don’t Start Now’ ที่เติมพลังความสนุกแบบจัดเต็ม ก่อนจะร่วมโชว์พลังเสียงร่วมกับบิวกิ้นในหลายเพลงฮิต และในส่วนของวันสุดท้ายได้ ‘นนท์ ธนนท์’ มาร่วมโชว์พลังเสียงสุดละมุนในเพลง ‘กลับมาคบกันเถอะ (Please Please)’, ‘ขอโทษได้ไหม (If Only)’, ‘พูดตรง ๆ’ และปิดท้ายด้วยเพลง ‘ตายทั้งเป็น’ ที่ทำให้แฟน ๆ ได้ดื่มด่ำกับเสียงร้องคุณภาพของทั้งคู่แบบสด ๆ พร้อมหูเคลือบทองกันทั้งฮอลล์

จากนั้นกลับเข้าสู่เวทีใหญ่ที่พาทุกคนเข้าสู่ช่วงแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์โดยในวันแรก ‘โอ๊ต ปราโมทย์’ และ ‘ป๊อบ ปองกูล’ ขึ้นเวทีมาร่วมร้องเพลง ‘Leave The Door Open’ ต่อด้วย ‘Careless Whisper’ และร่วมพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนวันที่ 2 ได้ ‘โจ๊ค IScream’ มาเสริมทัพความสนุกร่วมโชว์เพลง ‘My name is Brian’ กับ ‘โอ๊ต ปราโมทย์’ ก่อนที่ทั้งคู่จะร่วมโชว์กับบิวกิ้นในเพลงฮิตอย่าง ‘GO!’ ทำเอาคนดูทั้งฮอลล์ถึงกับว้าว!! และในส่วนของแขกรับเชิญในวันสุดท้าย ‘โอ๊ต ปราโมทย์’, ‘ป๊อบ ปองกูล’ และ ‘โจ๊ค IScream’ ได้รวมตัวบนเวทีพร้อมโชว์พลังเสียงจัดเต็มในเพลง ‘Golden’, ‘Bye Bye Bye’ และ ‘ใจฉันตามเธอไป’ สร้างเซอร์ไพรส์และเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ให้กับแฟน ๆ

เข้าสู่ช่วงที่ให้แฟน ๆ ได้โชว์โมเมนต์น่ารัก ๆ กับ ‘BILLKIN FANCAM’ และ ‘BILLKIN LUCKY DRAW’ ก่อนพาทุกคนลุกขึ้นแดนซ์ไปกับเมดเลย์เพลงฮิตอที่ทุกคนได้เห็นสเต็ปการเต้นจากบิวกิ้น ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยอีกหนึ่งความทรงจำที่แสนพิเศษด้วยเพลง ‘Grow With The Flow’ บทเพลงที่บิวกิ้นได้เขียนเนื้อร้องเอง


ส่งท้ายค่ำคืนด้วยบิวกิ้นกล่าวขอบคุณแฟน ๆ ที่มาร่วมสร้างความทรงจำร่วมกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่งเป็นเหมือนบทสรุปที่ถ่ายทอดและบอกเล่าเรื่องราวของความฝัน ดนตรี และตัวตนของของบิวกิ้นในวันนี้ และเป็นจุดเชื่อมสำคัญของการเดินทางต่อไปข้างหน้า บนเส้นทางการเป็นศิลปินที่ทุกคนต้องรอติดตาม และที่สำคัญคอนเสิร์ตนี้คืออีกหนึ่งความทรงจำสุดพิเศษร่วมกันของบิวกิ้นและแฟน ๆ ที่จะเก็บไว้ในใจไปอีกนาน

